เชื่อว่ามีหลายคนที่เคยขับรถเพลินจนลืมสังเกตป้ายเตือนให้จำกัดความเร็ว ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็ขับผ่านกล้องตรวจจับความเร็วไปแล้ว หรือเผลอขับแซงรถคันอื่นในเขตห้ามแซง และกว่าจะรู้ตัวว่าทำผิดกฎจราจรก็ได้รับเอกสารพร้อมป้ายทะเบียนชัดเจนส่งตรงถึงบ้านแล้วใช่ไหมครับ? หรือบางครั้งอาจไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้ แล้วจะเช็กได้อย่างไรว่าเรานั้นมีใบสั่งติดตัวหรือเปล่า? วันนี้ Drivehub จะพาไปทำความรู้จักกับ 2 ช่องทางออนไลน์ในการเช็กใบสั่งมาแนะนำกันครับ

เช็กใบสั่งออนไลน์จากเว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PTM e-Ticket)
ใบสั่งออนไลน์ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า e-Ticket สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และถือว่าเป็นช่องทางหลักในการเช็กใบสั่งออนไลน์เลยครับ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เชื่อถือได้ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนด้านล่างเลยครับ
- เข้าสู่เว็บไซต์ https://ptm.police.go.th/eTicket
- หากเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก ให้กด “ลงทะเบียนใช้งาน”
- กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน รวมถึงตั้งรหัสผ่านเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบ เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้กด “ยืนยันข้อมูล”
- เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ก็ “เข้าสู่ระบบ” โดยใช้เลขประจำตัวบัตรประชาชนและรหัสที่ตั้งไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน
- ทำการค้นหาใบสั่ง โดยสามารถค้นหาได้หลายวิธี เช่น ค้นหาจากหมายเลขทะเบียนรถ หรือเลือกวันที่ที่มีความสงสัยว่าตัวเองอาจจะทำผิดกฎจราจร หรือกรณีได้รับใบสั่งมาแล้วก็กรอกเลขที่ใบสั่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลได้เช่นกันครับ
- หากทำการค้นหาแล้วพบใบสั่ง สามารถตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้ได้ ก่อนทำการชำระเงินค่าปรับ
– วัน เวลา และสถานที่ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร
– ข้อหาที่ได้รับ
– ภาพถ่ายจากกล้อง (เช่น ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด หรือจอดในที่ห้ามจอด)
– ยอดค่าปรับที่ต้องชำระ - เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า กระทำผิดจริงและมีค่าปรับที่ต้องชำระ ก็สามารถเลือกจ่ายเงินผ่านช่องทางต่อไปนี้
– แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT หรือแอปพลิเคชันของธนาคารอื่น ๆ
– เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
– ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกสาขา
– ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย หรือตู้ชำระเงินอเนกประสงค์ เช่น ตู้เติมบุญ
– สถานีตำรวจใกล้บ้าน (ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชำระ ณ สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ทำผิด)

เช็กใบสั่งออนไลน์จากแอปพลิเคชั่น “ขับดี Khub Dee”
นอกจากเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ยังมีแอปพลิชันสำหรับตรวจสอบใบสั่งออนไลน์จากภาครัฐฯ ที่สามารถเชื่อถือได้ก็คือ แอปฯ “ขับดี” นั่นเองครับ โดยแอปฯ นี้ก็เป็นแอปฯ ที่ทำมาเพื่อให้ผู้ขับขี่บนท้องถนน เป็นผู้ขับที่ดีสมชื่อ เพราะสามารถตรวจสอบคะแนนความประพฤติในการใช้รถบนท้องถนนของเราได้ รวมไปถึงสามารถตรวจเช็กใบสั่งออนไลน์ได้เช่นกัน ซึ่งมีขั้นตอนในการเริ่มใช้งานง่าย ๆ ดังนี้ครับ
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Khub Dee”
- เข้าสู่ระบบด้วยการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD (ไทยดี)
- เข้าไปที่เมนู “ตรวจสอบใบสั่ง”
- หากมีใบสั่ง ระบบจะแสดงรายละเอียดของการกระทำผิดและค่าปรับ รวมถึงแสดงคะแนนความประพฤติในการขับขี่
- หากต้องการชำระใบสั่งในระบบ สามารถเลือกจ่ายเงินผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ได้เลยครับ
– แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT หรือแอปพลิเคชันของธนาคารอื่น ๆ
– เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
– ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกสาขา
– ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย หรือตู้ชำระเงินอเนกประสงค์ เช่น ตู้เติมบุญ
– สถานีตำรวจใกล้บ้าน (ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชำระ ณ สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ทำผิด)
หลังจากชำระค่าปรับแล้ว ไม่ว่าจะช่องทางใด แนะนำให้เก็บหลักฐานการชำระค่าปรับไว้เสมอ พร้อมทั้งเข้าไปตรวจสอบในระบบทั้งทางเว็บไซต์ตำรวจแห่งชาติ หรือทางแอปฯ ขับดี ว่ามีการยืนยันชำระค่าปรับแล้วหรือไม่? หากภายใน 2-3 วันหลังจากชำระค่าปรับแล้ว ข้อมูลยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นชำระค่าปรับแล้ว ให้ติดต่อศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร หมายเลข 1197 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานได้ครับ
หากไม่ชำระค่าปรับจากใบสั่งที่ค้างจะเป็นอย่างไร?
หากมีใบสั่งแล้ว เพิกเฉยไม่ไปชำระ หรือไม่ทราบว่าตนเองนั้นมีใบสั่งซึ่งปกติจะได้รับภายใน 15 วันหลังจากทำความผิด ซึ่งยังคงสามารถชำระได้ภายใน 30 วันหลังจากวันที่ทางตำรวจส่งเอกสารใบสั่ง แต่ถ้าหากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ถูกดำเนินต่อตามขั้นตอนดังนี้
- ออกหมายเรียก
หากไม่ได้จ่ายค่าปรับตามระยะเวลาที่กำหนดในใบสั่ง ทางตำรวจจะส่งข้อมูลไปยังกรมขนส่ง เพื่อระงับการต่อภาษีประจำปี พร้อมหมายเรียกให้มาชำระค่าปรับดังกล่าว
- ออกหมายจับ
หากมีการออกหมายเรียก 2 ครั้ง แล้วยังไม่ได้ไปชำระค่าปรับ ทางตำรวจจะขอคำสั่งศาลเพื่อออกหมายจับ พร้อมเสียค่าปรับเพิ่มอีกไม่เกิน 1,000 บาท หากถึงขั้นตอนนี้ เจ้าของรถต้องเดินทางไปชำระค่าปรับยังสถานีตำรวจของพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้นครับ
หากมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด สามารถโต้แย้งได้หรือไม่?
หากใครที่มั่นใจว่าใบสั่งดังกล่าวมีความผิดพลาด และไม่ได้กระทำความผิด สามารถยื่นเรื่องโต้แย้งข้อกล่าวหาได้ที่สถานีตำรวจที่ออกใบสั่งภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งครับ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบอีกครั้ง โดยเราต้องมีหลักฐานชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในข้อโต้แย้งด้วยเช่นกันครับ

แม้การได้รับใบสั่ง อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนขับคนชอบใจสักเท่าไหร่ แต่การรับผิดชอบ และชำระค่าปรับตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องของวินัย และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ที่พึงมีครับ แน่นอนว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยให้เราสามารถตรวจสอบใบสั่งออนไลน์ได้ง่าย ๆ ชำระได้เลยไม่ต้องเดินทางไปสน. ช่วยทำให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ Drivehub แอปฯ รวมรถเช่าทั่วไทย รวบรวมรถเช่าคุณภาพ ได้มาตรฐาน ไว้ใจได้ทุกคัน เปลี่ยนการเช่ารถทั่วไทย ให้เป็นเรื่องง่าย ค้นหารถเช่าที่ถูกใจ ได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์ การันตีราคาเท่าหน้าร้าน เลือกคันไหนได้ขับคันนั้น พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยดูแลตลอดการเดินทาง และโปรโมชันส่วนลดจากพาร์ทเนอร์ชื่อดังมากมาย เริ่มต้นเพียง 590 บาท / วัน

