ใบขับขี่ ถือเป็นเอกสารจำเป็นที่ต้องพกติดตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่ต้องขับขี่รถเป็นประจำ แต่บางครั้ง ก็อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันหากทำใบขับขี่หาย ควรจะต้องทำอย่างไรดี? ต้องไปแจ้งความ หรือใช้เอกสารอะไรในการต่อใบขับขี่บ้าง? Drivehub ได้รวบรวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อใบขับขี่หาย จะได้ทำใบขับขี่ใหม่ได้อย่างราบรื่น ขั้นตอนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยครับ

ใบขับขี่หาย ต้องแจ้งความไหม?
กรณีใบขับขี่ส่วนบุคคล
ปัจจุบันหากใบขับขี่หาย ไม่ต้องไปแจ้งความ แล้วครับ สามารถใช้บัตรประชาชน หรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการในการยื่นคำขอทำใหม่แทนได้ ส่วนชาวต่างชาติ สามารถใช้พาสปอร์ตได้ครับ ซึ่งใบขับขี่ใหม่ที่ได้ จะเรียกว่า “ใบแทนอนุญาตขับขี่” มีอายุเท่าใบขับขี่เดิมครับ โดยความเชื่อเรื่องใบขับขี่หาย แล้วต้องแจ้งความก่อน ถือเป็นขั้นตอนในสมัยก่อน แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว เพื่อลดขั้นตอน และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้นครับ
กรณีใบขับขี่รถสาธารณะ
แต่หากใบขับขี่สาธารณะหาย ต้องทำการแจ้งความกับ สน. ในพื้นที่ขอใบแจ้งความ เพื่อใช้ในการประกอบการยื่นคำขอทำใบขับขี่ใหม่กับสำนักงานขนส่งครับ
ใบขับขี่หายต้องอบรมใหม่ไหม?
หากใบขับขี่ที่หาย ยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ไม่ต้องทำการอบรมใด ๆ ครับ สามารถยื่นขอใบใหม่ได้เลย แต่หากหมดอายุ ต้องมีการอบรมใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ใบขับขี่ที่หาย หมดอายุไม่เกิน 3 ปี
- ใบขับขี่ประเภท 2 ปี ต้องทำการอบรม 5 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่
- ใบขับขี่ประเภท 5 ปี ต้องทำการอบรม 2 ชั่วโมง
ใบขับขี่ที่หาย หมดอายุเกิน 3 ปี
- ใบขับขี่ประเภท 2 ปี ต้องทำการอบรม 5 ชั่วโมง พร้อมยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ สอบข้อเขียน และสอบขับรถใหม่
- ใบขับขี่ประเภท 5 ปี ต้องทำการอบรม 2 ชั่วโมง พร้อมยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ สอบข้อเขียน และสอบขับรถใหม่

ใบขับขี่หาย ต้องทำอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง?
หากใบขับขี่หาย ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ และสามารถดำเนินการได้โดย
- จองคิวผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue เลือกสาขาสำนักงานขนส่ง, เวลา และวันที่ที่ต้องการยื่นคำขอได้เลย และเมื่อทำการจองเสร็จแล้ว อย่าลืมบันทึกหน้าจอเพื่อเป็นหลักฐานในการแสดงกับเจ้าหน้าที่
- เตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน, พาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ) หรือใบแจ้งความ (สำหรับกรณีใบขับขี่สาธารณะหาย)
- เดินทางไปสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน หรือสาขาที่คุณเลือก ตามวัน และเวลาที่ได้จองในระบบ เพื่อยื่นเอกสาร และกรอกแบบฟอร์มขอทำใบขับขี่ใหมกับเจ้าหน้าที่
- เจ้าที่หน้าตรวจเอกสาร และทำการตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย หากถูกต้องครบถ้วน สามารถชำระค่าธรรมเนียม 205 บาท และรับบัตรใหม่กลับบ้านได้เลย
ใบขับขี่หายต้องแจ้งหายภายในกี่วัน?
ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้ว่า หากใบขับขี่หาย ต้องแจ้งหาย หรือทำใหม่ภายในกี่วัน แต่ควรเร่งทำใหม่ให้เร็วที่สุดครับ
- หลีกเลี่ยงการโดนปรับ
เพราะหากมีความจำเป็นต้องขับขี่รถทุกวัน และไม่มีใบขับขี่ติดตัวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจถูกโทษปรับ 1,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ - เอกสารสำคัญในการเคลมประกัน
หากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน ใบขับขี่ถือเป็นเอกสารสำคัญในการเคลมประกัน ซึ่งอาจมีผลต่อการพิจารณาการเคลมต่าง ๆ นั่นเองครับ
วิธีการจองคิวทำใบขับขี่ผ่านเว็บไซต์ และแอปฯ DLT Smart Queue
สำหรับการจองคิวผ่าน DLT Smart Queue สามารถจองได้ทั้งจากเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันเลยครับ โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนดังนี้ครับ
- ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ
– ชาวไทยต้องเข้าสู่ระบบผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD เท่านั้น
– ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ได้เลย - กดเลือกสาขาสำนักงานขนส่งที่สะดวกในการเข้ารับการบริการ
- เลือกเมนูบริการ “งานใบอนุญาต”
- เลือกประเภทของใบอนุญาตเช่น ใบอนุญาตส่วนบุคคล หรือใบอนุญาตสาธารณะ จากนั้นเลือกวันที่ และเวลาที่ต้องการเข้ารับบริการ
- การจองเสร็จสิ้น อย่าลืมบันทึกหน้าจอเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในวันนัดหมาย

คำถามที่พบบ่อยในการทำใบขับขี่
Q: ระยะเวลาในการออกใบขับขี่ใหม่ ใช้เวลานานเท่าไหร่?
A: ใบขับขี่ใหม่ หรือใบแทนอนุญาตขับขี่ ที่มีลักษณะเหมือนใบขับขี่ใบเดิมทุกประการ จะได้รับภายในวันที่เข้าไปยื่นคำขอกับสำนักงานกรมขนส่งเลยครับ
Q: ใบขับขี่ตัวจริงหาย แต่ยังสามารถใช้ใบขับขี่บนแอปฯ DLT QR License ได้ จำเป็นต้องทำใหม่หรือไม่?
A: แม้ในแอปฯ DLT QR License จะยังสามารถใช้ได้ แต่แนะนำให้รีบดำเนินการขอใบใหม่จะดีกว่าครับ เพราะบางครั้งอาจเกิดเหตุฉุกเฉินในบางสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้งานแอปฯ ได้ การมีใบขับขี่ตัวจริง จะสะดวกสบาย และอุ่นใจกว่าครับ
ดังนั้นหากใครที่กำลังเผชิญสถานการณ์ใบขับขี่หาย ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความแล้วนะครับ ยกเว้นว่าเป็นใบขับขี่ประเภทรถสาธารณะเท่านั้น และสามารถจองคิวผ่านแอปฯ และเข้าไปทำใบใหม่ได้อย่างสะดวกสบาย ใบขับขี่พร้อมแล้ว แพลนเดินทางทริปไหน อย่าลืมนึกถึง Drivehub แอปฯ รวมรถเช่าคุณภาพทั่วไทย การันตีราคาเท่าหน้าร้าน เลือกคันไหนได้ขับคันนั้น เช่าได้ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยดูแลช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเมืองหลัก หรือเมืองรอง ก็เดินทางได้มั่นใจ ไปกับ Drivehub ครับ เริ่มต้นเพียง 590 บาท / วัน
ที่มาของข้อมูล:
https://www.dlt.go.th/th/driving-license/85
