การต่อภาษีรถยนต์ เป็นเรื่องที่คนใช้รถต้องเจอกันอยู่เป็นประจำทุกปีใช่ไหมล่ะครับ? ในอดีตการต่อภาษีจะต้องไปทำที่สำนักงานขนส่งฯ หรือทำผ่านตัวแทนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีขั้นตอนที่ง่าย สะดวก และประหยัดเวลามากขึ้น สามารถทำได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่ง Drivehub ได้สรุปข้อมูลการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์มาให้แล้ว รับรองว่าง่ายต่อความเข้าใจ ใช้เวลาไม่นานก็จัดการเสร็จเรียบร้อยครับ
แต่ก่อนจะไปรู้จักกับ 4 ช่องทางที่ช่วยให้ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์นั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วย ต้องบอกให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนนะครับ ว่าการต่อภาษีรถยนต์สำคัญมากแค่ไหน และก่อนทำการต่อภาษีรถยนต์ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้ระหว่างดำเนินการนั้นสะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับทุกท่านครับ

ภาษีรถยนต์คืออะไร
ภาษีรถยนต์ คือ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ครอบครอง หรือเจ้าของรถทุกคันจะต้องชำระทุกปีโดยไม่มีข้อยกเว้นครับ ไม่ว่าจะใช้งานรถคันนั้นหรือไม่ หากถือครอง ก็จะต้องชำระค่าภาษีรถยนต์ให้กับกรมขนส่งทางบก หากขาดการชำระ ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย และโดนโทษปรับได้ โดยเงินภาษีรถยนต์ที่ชำระไป จะถูกนำไปพัฒนาและบำรุงรักษาเส้นทางการคมนาคมให้ดีขึ้นนั่นเองครับ
เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์
- เล่มทะเบียนรถยนต์ (หรือสำเนาที่มีข้อมูลชัดเจน)
- พ.ร.บ. รถยนต์หรือข้อมูลประกันภาคบังคับ ที่ยังไม่หมดอายุ (หากหมดอายุต้องต่อ พ.ร.บ. ก่อน จึงจะสามารถต่อทะเบียนได้)
- ใบรายงานผลการตรวจสภาพรถยนต์ ในกรณีรถยนต์ของคุณ มีเกณฑ์ตามเงื่อนไขด้านล่างต่อไปนี้
– เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
– เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
– เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป
ต้องนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสอบสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน เพื่อให้ได้หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนนำมาต่อทะเบียนอีกครั้งครับ
เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็มารู้จักกับ 4 ช่องทางสำหรับต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์กันเลยครับ แอบกระซิบว่า ถ้าไม่ต่อภาษีภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย ดังนั้นอย่าลืมเช็กป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมหน้ารถของคุณให้ดีว่าภาษีรถยนต์หมดอายุวันไหน จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับนะครับ

ช่องทางสำหรับต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์
- เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก e-Service
- แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- เคาน์เตอร์เซอร์วิส
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก e-Service
- เข้าเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/esvapp/
- ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ กรอกให้ข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
- เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ให้ทำการเข้าสู่ระบบได้เลย
- เลือกหัวข้อ “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปี”
- เลือกหัวข้อย่อย “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วกด “ลงทะเบียนรถ”
- กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นกด “บันทึกข้อมูล”
- เมื่อทำการบันทึกข้อมูลแล้ว กดที่ปุ่ม “ยื่นชำระภาษี”
- ระบบจะให้ตรวจสอบข้อมูล หากถูกต้องและครบถ้วน สามารถกดปุ่ม “กรอกสถานที่จัดส่งเอกสาร” เพื่อเลือกที่อยู่ในการส่งเอกสาร
- หลังจากใส่ที่อยู่แล้ว สามารถกด “เลือกวิธีการชำระเงิน” เพื่อไปยังหน้าการชำระเงิน
- เลือกวิธีการชำระเงินที่สะดวก และทำการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด หลังจากนั้นกด “ยืนยัน” เพื่อจบขั้นตอนในการต่อทะเบียนออนไลน์
เมื่อกรอกข้อมูล พร้อมชำระเงินเสร็จสิ้น ก็สามารถรอรับป้ายภาษี และใบเสร็จรับเงินตามที่อยู่ที่กรอกไว้ในระบบได้เลยครับ โดยจะใช้เวลาจัดส่ง 3-5 วัน (ไม่รวมวันหยุดของกรมการขนส่งทางบก)
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “DLT Vehicle Tax”
- กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลรถยนต์
- เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว กด “กดเพื่อรับรหัส OTP” โดยรหัส OTP จะถูกส่งไปยังอีเมลที่กรอกไว้ในขั้นตอนที่ 2
- ใส่รหัส OTP ที่ได้รับจากอีเมล แล้วกด “ยืนยัน”
- ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก และเลือก “ชำระภาษีรถยนต์”
- กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคลที่ครอบครองรถยนต์
- เลือกประเภทรถที่ต้องการชำระภาษี จากนั้น กรอกเลขทะเบียน และข้อมูลพ.ร.บ.รถยนต์
- หลังจากกรอกข้อมูลรถยนต์ครบถ้วน ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน โดยสามารถเลือกชำระได้ผ่านช่องทางที่สะดวก เช่น QR พร้อมเพย์
- จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลการจัดส่งเอกสาร สามารถกรอกที่อยู่ที่ต้องการ
- ทำการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด หลังจากนั้นกด “ยืนยัน” เพื่อจบขั้นตอนในการต่อทะเบียนออนไลน์
เมื่อกรอกข้อมูล พร้อมชำระเงินเสร็จสิ้น ก็สามารถรอรับป้ายภาษี และใบเสร็จรับเงินตามที่อยู่ที่กรอกไว้ในระบบได้เลยครับ โดยจะใช้เวลาจัดส่ง 3-5 วัน (ไม่รวมวันหยุดของกรมการขนส่งทางบก)
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- ลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชัน
- เมื่อทำการลงทะเบียนสำเร็จแล้ว เลือกเมนู “ชำระค่าบริการ”
- จากนั้นเลือก “กรมการขนส่งทางบก”
- และเลือก “ชำระภาษีรถประจำปี”
- กรอกเลขทะเบียนรถ และจังหวัดตามป้ายทะเบียนรถยนต์ของเรา
- ตรวจสอบข้อมูลและจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
- ชำระเงินผ่านระบบ e-wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ให้ทำการกรอกที่อยู่สำหรับจัดส่งทางไปรษณีย์
- จากนั้นก็สามารถรอรับป้ายภาษี และใบเสร็จรับเงินตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาจัดส่ง
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านเคาน์เตอร์ เซอร์วิซ
- ค้นหาจุดบริการของเคาน์เตอร์ เซอร์วิซ ใกล้คุณ เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือที่ทำการไปรษณีย์
- แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “ชำระภาษีรถยนต์”
- แจ้งเลขทะเบียนรถและจังหวัดตามป้ายทะเบียนกับเจ้าหน้าที่
- เมื่อแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว สามารถชำระค่าภาษีด้วยเงินสด บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต
- เจ้าหน้าที่จะขอที่อยู่ที่สำหรับจัดส่งเอกสารภาษีรถยนต์ทางไปรษณีย์
สามารถรอรับป้ายภาษี และใบเสร็จรับเงินตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ โดยจะใช้เวลาจัดส่ง 3-5 วัน (ไม่รวมวันหยุดของกรมการขนส่งทางบก) ครับ

- จองคิวผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์ DLT Smart Queue เลือกสาขาสำนักงานขนส่ง, เวลา และวันที่ที่ต้องการยื่นคำขอได้เลย และเมื่อทำการจองเสร็จแล้ว อย่าลืมบันทึกหน้าจอเพื่อเป็นหลักฐานในการแสดงกับเจ้าหน้าที่
- เตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน, พาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ) หรือใบแจ้งความ (สำหรับกรณีใบขับขี่สาธารณะหาย)
- เดินทางไปสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน หรือสาขาที่คุณเลือก ตามวัน และเวลาที่ได้จองในระบบ เพื่อยื่นเอกสาร และกรอกแบบฟอร์มขอทำใบขับขี่ใหมกับเจ้าหน้าที่
- เจ้าที่หน้าตรวจเอกสาร และทำการตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย หากถูกต้องครบถ้วน สามารถชำระค่าธรรมเนียม 205 บาท และรับบัตรใหม่กลับบ้านได้เลย
เห็นไหมครับว่าการต่อภาษีออนไลน์ในปัจจุบัน สะดวกสบาย และมีทางเลือกให้เลือกหลากหลาย แถมยังใช้เวลาไม่นาน ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองครับ ดังนั้นหากรถยนต์ของคุณถึงกำหนดต้องต่อภาษีแล้ว ก็อย่าลืมไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้ไม่โดนปรับ และขับขี่ได้อย่างสบายใจนะครับ แต่ถ้าหากอยาก เช่ารถ แบบสบายใจ มั่นใจในคุณภาพ มีการต่อภาษีรถยนต์ถูกต้องทุกปี ต้องนึกถึง Drivehub เลยครับ แอปฯ รวมรถเช่าทั่วไทย ได้มาตรฐานทุกคัน การันตีราคาเท่าหน้าร้าน เลือกคันไหน ได้ขับคันนั้น เช่าได้ทั้งเงินสด และบัตรเครดิต ครอบคลุมทั่วไทย ทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง พร้อมทีมงานมืออาชีพ คอยดูแลช่วยเหลือตลอดการเดินทางครับ เริ่มต้นเพียง 590 บาท / วัน

